Menu
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถานที่ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถานที่ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด



The resort water park ( เดอะรีสอร์ท วอเตอร์พาร์ค ) มหัศจรรย์สวนน้ำกลางหุบเขาในอำเภอสวนผึ้ง แห่งแรกและแห่งเดียวในราชบุรี  โอบล้อมด้วยทิวเขาบรรยากาศสวยงาม ท่ามกลางธรรมชาติป่าตะวันตกสุดเขตประเทศไทย  สดชื่นเย็นฉ่ำกับสวนน้ำและเครื่องเล่นสไลเดอร์  ตกแต่งเนรมิตรสวนน้ำเป็นป้อมปราสาทนครเมืองแห่งความสนุก  ค่าบัตรผ่านเข้าสวนน้ำเพียง  140 บ. สำหรับผู้ใหญ่ และ 100 บ. สำหรับเด็ก   ภายในสวนน้ำเปิดบริการที่พักออกแบบเป็นบ้านเมืองในนิยาย  ตกแต่งภายในสวยงาม  สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน คุ้มค่าสูงสุดสำหรับวันหยุดพักผ่อนของคุณ  สอบถามเพิ่มเติม  โทร.081- 763 9336
ตอนนี้สวนน้ำ The  Resort เพิ่มและพัฒนาจากเดิม คือ
·         เพิ่มสไลเดอร์อีก 4 ตัว แบบหวาดเสียว
·         เพิ่มเครื่องเล่นและสวนสนุกอีกมากมาย
·         เพิ่มมุมที่สวยงามสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการ Selfie
·         สร้างอาคารร้านอาหาร และของฝากที่ระลึก
·         สร้างอาคาร Locker รับฝากสิ่งของ
·         สร้างห้องน้ำเพิ่มอีก 30 ห้อง และห้องน้ำสำหรับผู้พิการ
·         สร้างที่พักในที่ร่มระหว่างรอบุตรหลาน

ข้อมูลสถานที่
·                     ชื่อ  :  The resort water park ( เดอะรีสอร์ท วอเตอร์พาร์ค )
·                     ประเภท  :  สวนน้ำ ที่พัก
·                     ที่อยู่  :  546 หมู่ 8 ตำบลสวนผึ้ง  อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
·                     โทรศัพท์  :  081- 763 9336 , 081-763 0931 , 081- 763 3119
·                     เวลาเปิดบริการ  :  เปิดบริการทุกวัน
·                     ค่าบริการ  :   ค่าเข้า
ผู้ใหญ่ 140 บ.
เด็ก 100 บ.
– 
กรุณาสวมชุดว่ายน้ำ เพื่อความสะอาดของส่วนรวม
ห้ามนำอาหารเข้ามาภายในสวนน้ำ
·                     สถานที่จอดรถ  :  ฟรี
·                     สิ่งอำนวยความสะดวก  :  ห้องน้ำ ที่พัก ร้านอาหาร
·                     Website  :  –
·                     Facebook  :  www.facebook.com/theresortatsuanphueng








0


ตั้งอยู่ที่อำเภอจอมบึง เป็นถ้ำที่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เคยเสด็จมาประทับบ่อยครั้ง ถ้ำแห่งนี้ซ่อนความงดงามไว้ภายใน ด้วยหินงอกหินย้อยหลากรูปทรงชวนจินตนาการ และยังมีปล่องบริเวณกลางถ้ำ ยิ่งเมื่อเดินเข้าไปในถ้ำแล้วจะพบกับความวิจิตรของหินงอกหินย้อยที่มีหลากหลายชื่อ เช่น ธารศิลา สร้อยระย้า แส้จามรี ท้องพระโรง ประสิทธิเทวา เกศาสลวย และผาวิจิตร ในยามต้องแสงแดดที่ส่องลอดปล่องเข้ามาภายในถ้ำแล้ว ยิ่งขับบรรยากาศให้ถ้ำจอมพลมีความงดงามมากยิ่งขึ้นไปอีก






0



ตั้งอยู่ในอำเภอบางแพ เป็นสวนเกษตรแบบอินทรีย์บนพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 60 ไร่ ภายในไร่เต็มไปด้วยพืชผักปลอดสารพิษ บรรยากาศร่มรื่น เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชม โดยเฉพาะในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีการจัดกิจกรรมเรียนรู้มากมาย เช่น การมัดย้อมทำมือจากดอกดาวเรืองออร์แกนิก, เรียนรู้การเพาะเมล็ดข้าวอินทรีย์, เก็บไข่เป็ดทำไข่ต้มยางมะตูมสูตรไซเดอร์ออร์แกนิก, เรียนรู้การทำอาหารออแกนิกส์และคลีนฟู้ด, ปลูกผักออร์แกนิกเพ้นท์กระถาง, ลุยดำนาโยนข้าว เป็นต้น โดยกิจกรรมเหล่านี้จะผลัดเปลี่ยนกันไปทุกเดือน สามารถเข้าเที่ยวชมได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ไร่ปลูกรัก RAI PLUK RAK หรือ โทรศัพท์ 086 332 7365

0



ตั้งอยู่ที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกและจำหน่ายพันธุ์ไม้ตัดใบ การประดับและตกแต่งสวนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย มีการเนรมิตพื้นที่ส่วนหนึ่งให้เป็นดั่งอาณาจักรในจินตนาการคล้ายดังเขาวงกต ซึ่งต้องเดินวกวนเข้าไปอยู่ในมิติของกำแพงต้นไม้สีเขียว หากคุณชอบการค้นหาและความเขียวขจีของต้นไม้ ที่นี่จะเป็นพื้นที่ที่มอบความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้คุณได้ไม่รู้จบ ทั้งการค้นหาทางออก การถ่ายรูปชิค ๆ กับผนังสีเขียว การได้เดินเล่นพักผ่อนกับบรรยากาศสุดชิลและสดชื่น เป็นต้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Secret Space ราชบุรี หรือ โทรศัพท์ 081 995 8343
0


ตั้งอยู่ใกล้กับตลาดน้ำดำเนินสะดวก นักท่องเที่ยวจะสนุกไปกับการนั่งช้าง ท่ามกลางธรรมชาติสวย ๆ รวมถึงยังได้ชมความน่ารักของการแสดงโชว์ลิงแสนรู้ ให้อาหารช้าง และถ่ายรูปกับช้าง ทั้งหมดเหล่านี้เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวที่จะสร้างความสนุก รวมถึงยังเป็นการส่งเสริมและร่วมกันรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนผู้เลี้ยงช้างไทยไม่ให้สูญพันธุ์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความภาคภูมิใจของชุมชน
0



ตั้งอยู่ที่อำเภอดำเนินสะดวก เป็นตลาดน้ำดั้งเดิมของจังหวัด ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋วและชาวจีนไหหลำ นักท่องเที่ยวจะเพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อของมากมาย ทั้งทางเดินริมน้ำและบนเรือ ทั้งข้าวแห้งโบราณชื่อดัง หมูสะเต๊ะ ขนมจีนน้ำยาแกงไก่สูตรเหล่าตั๊กลัก ส้มตำทอด ก๋วยเตี๋ยวน้ำแดง ผัดไทยอาม่า กวยจั๊บน้ำพะโล้สูตรโบราณ หรือของหวานอย่างไอศกรีมกะทิโบราณ น้ำเต้าหู้ รวมทั้งผลไม้มากมาย เช่น ฝรั่ง ชมพู่ มะละกอ กระท้อน ส้มโอ และกล้วย เป็นต้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก หรือ โทรศัพท์ 081 837 0092, 032 345 752
0


ตั้งอยู่บริเวณแหล่งภูเขาหินปูน ในสวนสาธารณะเขางู ตำบลเกาะพลับพลา นักท่องเที่ยวจะได้เห็นภาพภูมิทัศน์ของเขาหินปูนที่ทั้งสูงและสวยงาม ล้อมรอบด้วยอ่างเก็บน้ำใส ท่ามกลางบรรยากาศชิล ๆ และผ่อนคลาย จุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูป อยู่ตรงบริเวณสะพานเลียบแม่น้ำทอดยาว ไว้สำหรับเดินถ่ายภาพวิวสวย ๆ รวมถึงยังมีศาลาไว้สำหรับนั่งพักผ่อน และอย่าลืมแวะชมความสวยงามของภาพแกะสลักพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่กันด้วยนะ

0




ตั้งอยู่ภายในวัดวาปีสุทธาวาส อำเภอจอมบึง เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างคนในชุมชนและวาปีสุทธาวาส ที่ต้องการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางให้เป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมทั้ง 8 ชาติพันธุ์ จนกลายเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและพึ่งพาตัวเองได้ด้วยหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา โดยรูปแบบของตลาดเป็นในแบบย้อนยุค พ่อค้าแม่ขายมีการแต่งกายแบบโบราณที่หลากหลาย ทั้งไทยทรงดำ ไทยพื้นถิ่น ลาวตี้ และลาวโซ่ง พลาดไม่ได้กับการเดินเลือกซื้ออาหารอร่อย ๆ ทั้งอาหารโบราณ ขนมไทย รวมถึงชมการละเล่นของไทย ดนตรี นิทรรศการ และชมโรงนาแบบวิถีไทยจอมบึงอีกด้วย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก อมยิ้ม ตลาดวิถีไทยย้อนยุคจอมบึง หรือ โทรศัพท์ 096 547 8382
0


และอีกหนึ่งวัดที่เก่าแก่ของจังหวัด ก็คือ วัดโกรกกราก ซึ่งเป็นที่มาของเสียงที่เพี้ยนมาจาก คำว่า กั๊กกั๊ก ในภาษาจีน เพราะวัดแห่งนี้เคยตั้งอยู่ในชุมชนของชาวจีน ส่วนความแปลกที่ไม่เหมือนใครของวัดแห่งนี้ ก็คือพระประธานในโบสถ์ ซึ่งก็คือ หลวงพ่อปู่วัดโกรกกราก เป็นพระพุทธรูปศิลาแลงปางมารวิชัย จะมีแว่นตาดำสวมอยู่ เพราะมีความเชื่อว่า เมื่อก่อนเคยมีคนมาบนเรื่องอาการเจ็บที่ดวงตา พอหายขาดจึงได้นำแว่นดำมาถวายเป็นการแก้บน จึงเป็นที่มาของพระพุทธรูปที่สวมแว่นดำของวัดนี้นั่นเอง ตั้งอยู่ที่ ทางหลวงหมายเลข 4017 สมุทรสาคร , เมืองสมุทรสาคร , สมุทรสาคร 
0


ตลาดสดมหาชัย เป็นตลาดอาหารทะเลชื่อดังของจังหวัดนี้เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นตลาดอินเทรนด์สำหรับขาช็อป ที่กำลังมองหาของสดใหม่ ทั้งอาหารทะเลแบบสด และแบบแห้ง ในราคาที่เป็นกันเองแบบเกือบขาดทุนเลยทีเดียว ซึ่งมีทั้ง กุ้ง ปลาหมึก ปูตัวยักษ์ ๆ ปลานานาชนิด ไปจนถึงผัก ผลไม้ และอาหารทะเลแปรรูป ส่วนบรรยากาศพ่อค้าแม่ค้าก็มีความเป็นกันเอง จึงทำให้ตลาดแห่งนี้ครึกครื้น มีชีวิตชีวา และมีลูกค้าแวะเวียนมาจับจ่ายกันทุกวันอย่างไม่ขาดสาย ตั้งอยู่ที่ ทางหลวงชนบทหมายเลข 2037 (ริมแม่น้ำท่าจีน ใกล้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร) บางกระเจ้า , เมืองสมุทรสาคร , สมุทรสาคร 
0


คงไม่มีใครไม่รู้จัก วัดท่าไม้ สติ๊กเกอร์อันโด่งดังที่ติดหลังรถยนต์แทบทุกคัน และยังมีความฮอตฮิตเหลือเกินในหมู่ดาราที่ต่างพากันมาทำบุญ ไหว้พระขอพร กันที่นี่ หลายคนเชื่อว่าวัดแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงมีการทำบุญ สะเดาะเคราะห์ เสริมดวงต่าง ๆ และในเรื่องของเมตตามหานิยม นอกจากนั้นคนยังนิยมมาดูดวงชะตากับ พระครูปลัดอุเทน สิริสาโร ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าไม้ เพื่อเสริมชะตาของตัวเองกันอีกด้วย ตั้งอยู่ที่ ซอย บ้านกงซีลัง ทางหลวงหมายเลข 1034 (ขับรถข้ามแม่น้ำท่าจีนก็จะเจอวัดท่าไม้อยู่ซ้ายมือ) ท่าไม้ , กระทุ่มแบน , สมุทรสาคร 
0



4.6 2 รีวิว62 รูป ถัดออกไปไม่ไกลกันมาก เป็นที่ตั้งของ ตลาดน้ำพันท้ายนรสิงห์ ตลาดน้ำแห่งใหม่ซึ่งอยู่ติดกับวัดพันท้ายนรสิงห์ มีลักษณะเป็นตลาดน้ำขนาดใหญ่จำลองแบบตลาดน้ำโบราณ เหมาะสำหรับผู้ที่อยากมาเดินช็อปปิง ชิมของกินอร่อย ๆ ทั้งอาหารพื้นเมือง อาหารโบราณ สินค้า OTOP รวมถึงสัมผัสบรรยากาศเย็นสบาย ผ่อนคลาย ด้วยความที่ที่นี่มีร้านค้ามากกว่า 200 ร้าน รวมถึงยังมีกิจกรรมให้ล่องเรือชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และในตอนกลางคืนยังมีกิจกรรมล่องเรือชมหิ่งห้อยอีกด้วย ตั้งอยู่ที่ ทางหลวงหมายเลข 2004 พันท้ายนรสิงห์ , เมืองสมุทรสาคร , สมุทรสาคร เวลาเปิดบริการ เสาร์, อาทิตย์ : 09:00 - 20:00 ประเภท ตลาดน้ำ , ชุมชน คลิกเพื่อดูรูปและรีวิวเพิ่มเติม ›› วัดป่าชัยรังสี

0



เริ่มจากการมาสักการะ ศาลพันท้ายนรสิงห์ กันก่อน ศาลนี้ตั้งอยู่บริเวณปากคลองโคกขาม ซึ่งศาลนี้เป็นอนุสรณ์แห่งความภักดีของท่านพันท้ายนรสิงห์ ผู้คนจึงนิยมมาขอพรเพื่อให้ประสบความสำเร็จในชีวิต ด้านล่างของศาลมีลักษณะเป็นเรือไม้ ทำมาจากต้นตะเคียนขนาดใหญ่ ซึ่งมีอายุกว่า 300 ปี ผู้คนที่มากราบไหว้นิยมนำรูปปั้นไก่ และไม้พายเรือมาวางเพื่อแก้บน ทำให้ศาลแห่งนี้เต็มไปด้วยรูปปั้นไก่จำนวนมากกว่า 1,000 ตัวเลยทีเดียว ซึ่งนับเป็นจุดเด่นของที่นี่ 
0


อุทยาน ร.๒ (King Rama II Memorial Park) หรือ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย อยู่ติดกับวัดอัมพวันเจติยาราม ลักษณะเป็นเรือนทรงไทยงามสง่า แบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ เช่น หอกลาง ภายในประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 2 และจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เช่น เครื่องเบญจรงค์ เครื่องถ้วย หัวโขน ห้องชาย จัดแสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของชายไทยที่มีความกล้าหาญ มีพระพุทธรูปสำหรับบูชา รวมทั้งแท่นพระบรรทมซึ่งเชื่อว่าเป็นของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ห้องหญิง แสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของหญิงไทยโบราณ โต๊ะเครื่องแป้ง คันฉ่อง ชานเรือน จัดแสดงตามแบบบ้านไทยโบราณ ตกแต่งด้วยกระถางไม้ดัด ไม้ประดับ ห้องครัวและห้องน้ำ จัดแสดงลักษณะครัวไทยมีเครื่องหุงต้ม ถ้วยชามและห้องน้ำของชนชั้นกลาง ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตของชนชั้นกลางในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี พร้อมด้วยโรงละครกลางแจ้ง และสวนพฤกษชาติที่รวบรวมพันธุ์ไม้ในวรรณคดีนานาชนิด
เวลาเช้าชม: จันทร์-ศุกร์ 08.30 น. – 17.00 น., เสาร์-อาทิตย์ 08.30 น. – 19.30 น.
ค่าเช้าชม: ผู้ใหญ่ 30 บาท, เด็ก 10 บาท
หมายเลขโทรศัพท์: 034 750 666, 034 750 376
อุทยาน ร.๒ อยู่ใกล้บ้านศิริพร รีสอร์ท เพียง 8.7 km หรือประมาณ 15 นาที
By Ahoerstemeier – Own work, CC BY-SA 3.0, https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=1089655
0


ดอนหอยหลอด (Don Hoi Lot) สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัด สมุทรสงคราม เป็นสันดอนตั้งอยู่ปากแม่น้ำแม่กลอง เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทราย หรือ ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ทรายขี้เป็ด” ดอนหอยหลอดมีอาณาบริเวณกว้างประมาณ 3 กิโลเมตร ยาว 5 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 2 แห่ง แห่งแรก ได้แก่ ดอนนอก อยู่บริเวณปากอ่าวแม่กลอง เดินทางไปได้โดยทางเรือ ดอนในอยู่ที่ชายหาดหมู่บ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็ง และอีกแห่งคือ ชายหาดหมู่บ้านบางบ่อ ตำบลบางแก้ว สามารถเดินทางไปได้โดยทางรถยนต์ บริเวณสันดอนมีหอยอาศัยอยู่หลายชนิด ได้แก่ หอยหลอด หอยลาย หอยปุก หอยปากเป็ด หอยแครง แต่พบว่าหอยหลอดเป็นหอยที่มีจำนวนมากที่สุด จึงเป็นจุดเด่นของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้หอยหลอดเป็นหอยชนิด 2 ฝา ตัวสีขาวขุ่น มีเปลือกคล้ายหลอดกาแฟ ฝังตัวอยู่ในเลน การจับหอยหลอด จะจับในช่วงน้ำลงสุด โดยใช้ไม้เล็ก ๆ ขนาดก้านธูป จุ่มปูนขาว แล้วแทงลงไปในรูหอยหลอด หอยจะเมาปูนแล้วโผล่ขึ้นมาให้จับ ไม่ควรสาดปูนขาวลงบนสันดอน เพราะจะทำให้หอยที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นตายหมด ช่วงเวลาเหมาะสมที่จะท่องเที่ยวดอนหอยหลอด คือ ประมาณเดือนมีนาคม – พฤษภาคม เพราะน้ำทะเลจะลดลงนานกว่าช่วงเวลาอื่น และสามารถมองเห็นสันดอนโผล่ขึ้นมา
อีกสิ่งที่พลาดไม่ได้กับการไปเยือนดอนหอยหลอด คือการสักการะศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ อีกทั้งยังมีร้านอาหารทะเลอยู่ติดริมชายทะเลอ่าวไทยเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงร้านขายของฝาก เช่น ปลาหมึกแห้ง ปลาเค็ม ปลาแห้ง กะปิ น้ำปลา เป็นต้น
เวลาเช้าชม: ทุกวัน 08.00 น. – 17.00 น.
หมายเลขโทรศัพท์: 034 723 736, 034 723 749 (ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์)

ข้อควรทราบ

  • หากท่านต้องการนั่งเรือออกไปหยอดหอยหลอด โปรดตรวจสอบตารางน้ำขึ้น-ลง หรือติดต่อศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อตรวจสอบช่วงเวลาที่เหมาะสม โทร. 034 723 736
ดอนหอยหลอด อยู่ใกล้บ้านศิริพร รีสอร์ท เพียง 7 km หรือประมาณ 14 นาที 


0


วัดเพชรสมุทรวรวิหาร (Wat Phet Samut Worawihan) หรือวัดบ้านแหลม ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อบ้านแหลมปางอุ้มบาตรขนาดเท่าคนจริง สูงประมาณ 167 เซนติเมตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งของไทย ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ศูนย์รวมศรัทธาและที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงครามเท่านั้น แต่ยังเป็นที่เคารพสักการะอย่างกว้างขวางของชาวไทยทุกสารทิศมานานนับสมัยจน ถึงกับมีคำกล่าวว่า หากไม่ได้มานมัสการหลวงพ่อวัดบ้านแหลมก็เสมือนมาไม่ถึงเมืองสมุทรสงคราม เชื่อกันว่าหากได้มาสักการะปิดทองหลวงพ่อบ้านแหลม แล้วจะช่วยเสริมอำนาจบารมีแก่ชีวิต บังเกิดแต่ความเป็นสิริมงคลสืบไป หากใครอธิษฐานของพรหลวงพ่อไว้ในเรื่องใดก็มักจะได้สมความปรารถนา และมักจะกลับมาแก้บนหลวงพ่อด้วยละครรำ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่ท่านโปรดปราน โดยทุกปีจะมีการจัดงานปิดทององค์หลวงพ่อถึง 3 ครั้งด้วยกัน ได้แก่ เทศกาลสงกรานต์ งานสารทเดือน 11 และเทศกาลตรุษจีน
บริเวณถนนด้านหน้าวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ในช่วงเย็นและหัวค่ำ จะมีรถเข็นขายอาหารเต็มสองฝั่งถนน อาทิ ข้าวหมูแดง ผัดไทย หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว ขนมหวาน ซึ่งท่านสามารถจอดรถได้ที่ลานจอดรถของวัดฯ ซึ่งอยู่ตรงข้ามวัดนั่นเองค่ะ
เวลาเช้าชม: ทุกวัน 08.00 น. – 16.30 น.
หมายเลขโทรศัพท์: 034 752 847, 034 752 848
วัดเพชรสมุทรวรวิหารอยู่ใกล้บ้านศิริพร รีสอร์ท เพียง 1.8 km หรือประมาณ 5 นาที
0


ตลาดร่มหุบ (Maeklong Railway Market) ตลาดสดซึ่งตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ตลาดหุบร่มหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ตลาดเสี่ยงตาย” หรือ “ตลาดริมทางรถไฟ” จะตั้งอยู่ริมทางรถไฟใกล้สถานีรถไฟแม่กลอง ความยาวของตลาดประมาณ 100 เมตร บรรดาพ่อค้าแม่ค้าจะวางขายสินค้าบนพื้นจนติดกับรางรถไฟ เวลารถไฟมาก็ต่างหุบร่มที่กาง และเก็บสินค้าภายในพริบตา เพื่อให้รถไฟแล่นผ่านไปได้ จนเป็นที่มาของชื่อตลาดหุบร่มนั่นเอง สินค้าที่วางขายที่ตลาดแห่งนี้จะเป็นพวกผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ อาหารทะเลสด ๆ ขายกันในราคาไม่แพง จึงเป็นตลาดยอดนิยมของชาวบ้านบริเวณนั้นเพราะราคาถูกและคุณภาพดี
ตลาดแห่งนี้เปิดขายทุกวันเวลา 06.00 น.-18.00 น. เวลารถไฟวิ่งผ่านตลาดหุบร่ม วันละ 8 ครั้ง ดังนี้ 06.20 น., 08.30 น., 09.00 น., 11.10 น., 11.30 น., 14.30 น., 15.30 น. และ 17.40 น.
ตลาดร่มหุบอยู่ใกล้บ้านศิริพร รีสอร์ท เพียง 1.6 km หรือประมาณ 4 นาที 



0


ตลาดน้ำอัมพวา (Amphawa floating market) ถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดสมุทรสงคราม และเป็นตลาดน้ำใกล้กรุงเทพฯ ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสอง ชุมชนอัมพวาแห่งนี้มีการอนุรักษ์วิถีชีวิตริมน้ำและสถาปัตยกรรมของบ้านเรือนในสภาพใกล้เคียงกับสมัยต้นรัตนโกสินทร์ จนได้รับรางวัล “UNESCO Asian-Pacific for Culture Heritage Conservation” ระดับ Honorable Mention จากองค์กร UNESCO ในปี พ.ศ. 2551 ตลาดริมคลองอัมพวาแห่งนี้ ตั้งอยู่ใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม (จอดรถที่วัดได้) ตลาดน้ำอัมพวาเปิดทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. – 21.00 น. ในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว อาหารทะเล กาแฟ โอเลี้ยง ขนมหวานต่าง ๆ และมีร้านค้าขายของบนบกด้วย บรรยากาศสบาย ๆ มีดนตรีเพื่อความเพลิดเพลินจากเสียงตามสายของชุมชนอัมพวา ท่านสามารถเดินเที่ยวชมตลาดหาซื้ออาหารรับประทาน ซื้อของฝากของที่ระลึกต่าง ๆ และล่องเรือไปชมหิ่งห้อยในยามค่ำคืนได้ ค่าบริการท่านละ 60 บาท
วันธรรมดาที่ตลาดน้ำอัมพวาไม่เปิด จะมีร้านค้าและร้านอาหารบางร้านที่ยังคงเปิดให้บริการ รวมถึงมีบริการเรือชมหิ่งห้อย แต่จะไม่มีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายของในคลองอัมพวา
ตลาดน้ำอัมพวาอยู่ใกล้บ้านศิริพร รีสอร์ท เพียง 7.9 km หรือประมาณ 10-15 นาที




0


ตลาดน้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง มีความแปลกมหัศจรรย์ตรงที่เป็นตลาดน้ำชุมชนที่ตั้งอยู่บนน้ำตก ซึ่งเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในโลก สร้างจุดดึงดูดใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เดิมทีที่นี่เป็นป่าที่มีน้ำตกสวยงามมานานหลายร้อยปี แต่กลับถูกทำลายอย่างต่อเนื่องจนพื้นป่าเกิดขาดความสมดุลทางนิเวศน์ น้ำตกและป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ก็เปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่แห้งแล้ง จนภายหลังได้มีการพัฒนา มีการบริการจัดการน้ำและปลูกป่าตามแนวพระราชดำริ จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้กลับมาฟื้นตัวและมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น และถูกจัดให้เป็นพื้นที่พักผ่อนท่องเที่ยวและมีกิจกรรมพิเศษสร้างอาชีพให้ กับชุมชน ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ที่มาวางขายจะเป็นพืชผัก ผลไม้ และอาหารที่หาชิมได้ยาก เช่น ห่อหมกกระบอกไม้ไผ่, ขนมหม้อแกงกระบอกไม้ไผ่, ทอดมันปลากราย, หอยทอดหลุมสูตรโบราณ, ก๋วยเตี๋ยวเรือหม้อดินไก๋ตุ๋น, น้ำแว่นแก้วปั่น, หมูยอห่อไผ่ (สูตรต้นตำรับเมืองกวางโจว) และผัดไทยม้ง 

          นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจให้ทำอีก เช่น พายเรือเที่ยวตลาดน้ำผ่านน้ำตกยาว 400 เมตร เที่ยวชมน้ำตกชั้นผางาม ชั้นผาประดู่เลือด ชั้นหินดำ และชั้นดงมณฑา ซึ่งชั้นหินดำเป็นหินที่มีแร่อยู่มากหาพบได้ยากในประเทศไทย อีกทั้งยังได้พักผ่อนไปกับแก่งธารน้ำที่ร่มรื่นพร้อมพรรณไม้นานาชนิด สักการะต้นไทรรักษาศักดิ์สิทธิ์, สปาปลา ที่เป็นสปาเท้าธรรมชาติแห่งแรกที่อยู่กลางป่า ตลอดจนชมหิ่งห้อยที่เป็นสีสันยามค่ำคืน และจุดชมดาวที่ชัดที่สุดในประเทศไทย เป็นยังไงบ้างคะไม่คิดว่าที่เพชรบุรีจะมีสถานที่แบบนี้ซ่อนอยู่ใช่ไหมล่ะ เอาเป็นว่าฝากที่นี่ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจเพื่อน ๆ ด้วยแล้วกันนะคะ หากสนใจแวะมาเที่ยวที่นี่เขาเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการเท่านั้นนะ สอบถามรายละเอียดและข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม โทรศัพท์ 08 1832 2608, 08 4540 3425, 0 2755 9085 หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.kwangchowwaterfall-resort.com
0


 โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองคอกไก่ ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง เดิมบริเวณนี้เป็นพื้นที่แห้งแล้ง เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกพืชไร่ ได้แก่ สับปะรด ข้าวโพด และอ้อย เป็นต้น ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวจำนวน 250 ไร่ สำหรับเพาะปลูกพืชทำเป็นโครงการตามพระราชดำริเพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกร และได้มีชาวบ้านได้นำมันเทศที่ปลูกมาทูลเกล้าฯ ถวายพระองค์ แต่เมื่อเสด็จกลับมิได้ทรงนำมันหัวนั้นไปด้วย เมื่อเสด็จกลับมาอีกครั้งทรงพบว่ามันหัวนั้นงอกเป็นต้น จึงมีพระราชดำรัสว่ามันอยู่ที่ไหนก็งอกได้ จึงมีพระราชดำริให้จัดเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชต่าง ๆ โดยเน้นที่พืชท้องถิ่นของเพชรบุรี เช่น มะพร้าว ชมพู่เพชร มะนาว กะเพรา สัปปะรด ข้าวไร่พันธุ์ต่าง ๆ และทรงมีพระราชดำริให้ปลูกแปลงทดลองมันเทศในที่ดินส่วน ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการพระราชดำริล่าสุดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งยังทรงให้ปรับปรุงระบบระบายน้ำที่อ่างเก็บน้ำหนองเสือเพื่อใช้ใน โครงการอีกด้วย

          ทั้งนี้โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ เปิดให้ชมทุกวันเวลา 08.00-18.00 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ โทรศัพท์ 0 3247 2700-1
0

จัดทำโดยนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคโพธาราม

Labels